เปลี่ยนวงจรบังคับเลี้ยวของรถกระป๋องให้เป็นแบบดับมอเตอร์
ด้วย FET และ OPTO
ทีมงาน
บินไทย
27 กย.
46
_________หลังจากได้ลงเรื่อง
การใช้อุปกรณ์ FET และ OPTO ในวงจรไกลสุดฟ้า ฉบับที่แล้ว ได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะน้องๆ ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ทางบินไทยก็ขอขอบพระคุณสมาชิกที่ให้คำชมเชยและข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาต่อไปค่ะ
ความจริงที่ลงเป็นเรื่องที่ไม่ยาก อาศัยทักษะด้านอิเลคทรอนิกส์นิดหน่อยก็ทำเองได้
เรื่องที่จะลงต่อไปนี้ จะเป็นการต่อยอดขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจากเรื่องที่แล้ว

________โดยปกติเมื่อนำวงจรจากรถกระป๋องมาใช้ในเครื่องบิน
การบังคับเลี้ยวจะใช้กระแสไฟ ไปขับมอเตอร์เพื่อดึงรัดเดอร์ที่หางหลังไปทางซ้ายทางขวา
เครื่องบินก็จะเลี้ยวตามที่เราต้องการ การบังคับเลี้ยวอีกแบบที่นิยมกันคือ การใช้มอเตอร์
2 ตัวติดที่ปีกข้างซ้ายและข้างขวา เพื่อให้เกิดแรงฉุดเท่าๆกันทั้ง 2 ข้างของปีก
เครื่องบินก็จะบินไปตรงๆ เวลาต้องการจะเลี้ยวก็จะใช้วิธีดับมอเตอร์ด้านหนึ่งเพื่อให้เกิดแรงฉุดที่ปีกข้างเดียว
เครื่องบินจะเลี้ยวไปในทิศทางที่มอเตอร์ข้างนั้นหยุดหมุน ________การบังคับเลี้ยวแบบนี้จะพบได้ในเครื่องบินส่วนใหญ่ที่นำเจ้าจากจีน
เช่น เครื่องบิน Falcon AirBus 3000 หรือ Sonic เป็นต้น ข้อดีของระบบบังคับเบี้ยวแบบนี้ก็คือ
ง่ายในการสร้าง ไม่ต้องมีรัดเดอร์ที่หางให้ยุ่งยาก แต่ข้อเสียก็คือ ถ้าเลี้ยวนานๆ
เครื่องจะเสียระดับความสูงเร็ว เพราะแรงฉุดเหลือแค่เพียงครึ่งเดียว อีกทั้งเครื่องก็จะเอียงด้วย
ซึ่งก็จะทำให้แรงยกตัวใต้ปีกลดลง ถ้าไม่เลิกเลี้ยวเครื่องจะเกิดอาการตกซอกปีก การเลี้ยวจึงต้องเลี้ยวในช่วงเวลาที่ไม่มากนัก
________ทีนี้มาถึงวิธีการดัดแปลงวงจรรถกระป๋องให้เลี้ยวแบบดับมอเตอร์
เราสามารถใช้รีเลย์ 6 ขา 3 ตัวมาทำก็ได้ รายละเอียดการทำคงไม่ขอกล่าว ณ ที่นี้
หากสมาชิกท่านใดสนใจ สามารถเข้าไปชมวิธีทำได้ที่ สาระน่ารู้ http://www.binthai.com
การใช้รีเลย์ถึง 3 ตัวในเครื่องรับ ทำให้น้ำหนักของชุดบังคับเพิ่มขึ้นมาก ถ้าเอาไปใช้บังคับในเรือเพื่อบังคับใบจักร
น้ำหนักเล็กน้อยคงไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าเป็นเครื่องบินลำเล็กๆ กำลังขับเคลื่อนน้อยๆ
อาจจะเป็นการตัดสินอนาคตได้เลยค่ะ

________วิธีที่จะดัดแปลงวงจรในครั้งนี้
จะว่าด้วยเรื่องการนำอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ คือ FET และ OPTO มาใช้แทนรีเลย์ ข้อได้เปรียบก็คงเป็นเรื่องของขนาดที่เล็กกว่า
บางกว่า จ่ายไฟได้ดีกว่า รวมทั้งรับกระแสได้มากกว่าด้วย ทีนี้เรามาดูวงจรกันดีกว่า
เราใช้หลักการเดิมคือ ใช้ OPTO เป็นตัวรับสัญญาณจากแผงวงจรรถกระป๋องแล้วนำมาขับ
FET ให้จ่ายกระแสเข้าสู่มอเตอร์อีกทีหนึ่ง

________ชุดวงจรข้างบนออกแบบโดยเก๋เองค่ะ
คงจะไม่ยากเกินไป สำหรับสมาชิก ที่ไม่มีพื้นฐานทางอิเล็คทรอนิกส์ เพราะเก๋เองเมื่อก่อนไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้เหมือนกัน
จบมาทางด้านโครงสร้าง อาศัยค้นคว้า กับถามเอา โชคดีได้ที่ปรึกษาดี ทั้งอาจารย์
Kob และอาจารย์ TD คอยช่วยสอน ทำให้มีความเข้าใจพื้นฐานพอที่จะออกแบบวงจรง่ายๆได้
ขออธิบายแบบลูกทุ่งแล้วกันนะคะ เมื่อเรากดปุ่ม G คือเดินหน้า แผงวงจรจะจ่ายไฟออกมาที่จุด
G กระแสก็จะแยกออกเป็น 2 สาย ผ่านไดโอด ผ่านรีซิสเตอร์ 1 K เข้าสู่ขา 1 ของ OPTO
เปิดให้ไฟจากแหล่งจ่าย 7.2 โวลท์ ในกรณีใช้ถ่าน 6 ก้อน ไปขับขาของ FET เพื่อให้
FET จ่ายไฟให้กับมอเตอร์ มอเตอร์จะหมุนทั้ง 2 ตัว
________ในขณะที่เรากดปุ่ม
G อยู่ ต้องการจะเลี้ยวขวาให้กดปุ่ม R จะทำให้จุด L ในแผงวงจรยอมปล่อยกระแสลง
Ground จึงไม่มีไฟเข้าสู่ OPTO ด้านซ้าย มอเตอร์ทางด้านซ้ายจะหยุดหมุนเช่นเดียวกัน
ถ้าเรากดปุ่ม G แล้วกดปุ่ม L มอเตอร์ทางด้านขวาก็จะหยุดหมุน ส่วนในกรณีที่เรากดปุ่ม
R หรือ L เพียงปุ่มเดียว ไฟก็จะจ่ายให้มอเตอร์หมุนตัวเดียวไม่ย้อนไปทางอื่น เพราะกระแสจะถูก
Block ด้วย ไดโอด

________คงไม่ยากเกินไปนะคะ
สมาชิกลองไปทำเองได้เลยค่ะ หรือถ้าไปต่อยอดทำอย่างอื่นได้ ก็ช่วงส่งมาเผยแพร่กัน
วงการกระป๋องเราจะได้พัฒนากันต่อไป ถ้ามัวแต่รอจะซื้อของจากเมืองนอก เราก็เหมือนกับต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ
ทางทีมงานบินไทยตั้งใจตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะพยายามพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ให้กับวงการ
ที่ผ่านมาก็ได้สมาชิกหลายๆท่าน สนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งด้านข้อมูล การให้คำปรึกษา
และที่สำคัญคือกำลังใจที่ส่งมาอย่างสม่ำเสมอ สำหรับท่านที่มีแนวความคิดใหม่ๆ ต้องการสิ่งอุปกรณ์ในการทดลอง
สามารถติดต่อมาได้ เรายินดีสนับสนุนเต็มกำลังความสามารถค่ะ
_________ส่วนสมาชิกที่ไม่สะดวกทำเองต้องการแบบสำเร็จรูปสามารถติดต่อที่
http://www.binthai.com มีชุดอุปกรณ์ลงแผ่นวงจรให้เรียบร้อยแล้ว ติดตั้งในชุดบังคับไกลสุดฟ้า
รุ่น Falcon Fet สำหรับข้อซักถาม เข้าไปคุยกันได้ที่ WEBBOARD ถามมาตอบไป หรือ
E-Mail ไปที่ kae531@hotmail.com ค่ะ สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านสนุกกับการบินนะคะ
ลงในนิตยสาร RCF
ISSUE 24/2004:August