การตรวจซ่อม ดัดแปลง วิทยุกระป๋อง T&T
ขอเริ่มจากตัวรีโมท หรือภาคส่งกันก่อน ตรา T&T จะใช้คลื่นความถี่วิทยุย่าน UHF ซึ่งสูงกว่าตราเพชรที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน VHF ย่าน VHF ที่เห็นใช้กันก็มี 27Mhz. 35Mhz. 40Mhz. 49Mhz. แต่ของ T&T ก็จะแปะสติกเกอร์ไว้เหมือนตราเพชร แต่จริงๆแล้ววงจรภายในเป็นคลื่นวิทยุย่าน VHF เท่าที่ใช้มาเคยเห็นอยู่สองความถี่คือ 249Mhz. 289Mhz.
ได้แกะลายวงจรของภาคส่ง T&T จะเห็นว่าแหล่งจ่ายไฟถูกต่อตรงเข้าวงจรตลอด แต่เนื่องจากไอซี GTX2 กินกระแสขณะที่ไม่มีการกดปุ่มน้อยมาก จึงสามารถต่อแหล่งจ่ายไฟตรงคาไว้ได้ แต่ถ้าเลิกใช้งานถอดแบตออกดีกว่า
มีทรานซิสเตอร์อยู่ 3 ตัว Q1 ทำหน้าที่กำเนิดความถี่ซึ่งเป็นย่านความถี่ UHF Q2 ทำหน้าที่เปิดปิดการทำงานของวงจรกำเนิดความถี่ โดยรับข้อมูลจากขา 8 ของไอซี ซึ่งก็คือการมอดดูเลทแบบ AM นั้นเอง ความถี่ UHF ที่มอดดูเลทแล้วถูกส่งผ่าน C2 มาที่ Q3 ทำหน้าที่ขยายสัญญาณให้แรงขึ้นส่งออกทาง C5 ผ่านขดลวด 5T ออกสายอากาศ โดยไม่มีวงจรกรองความถี่ ข้างเคียงทิ้ง (Filter)

จากที่ทราบๆกันวิทยุ T&T มีระยะบังคับไกลมากๆ ทั้งที่ตัวรีโมทใช้ถ่านแค่ 2 ก้อน ที่ทำให้เครื่องส่งของ T&T มีกำลังส่งแรงเพราะใช้ทรานซิสเตอร์ที่มีเกนขยายสัญญาณย่าน UHF สูงคือเบอร์ MPS911 แต่ทนกระแสได้ต่ำแค่ 40mA. เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเพิ่มถ่านที่ตัวรีโมทมากเกินไป ถ้าจะเพิ่มจริงๆ เพิ่มอีกหนึ่งก้อน เป็น 3 ก้อนก็พอไม่งั้นทรานซิสเตอร์ตัวนี้ไหม้แน่ เคยไหม้มาแล้วเพราะลองดัดแปลงแบบตราเพชรใส่ถ่าน 9V. และหาซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนไม่ได้เลยต้องทิ้ง
Transistor Type Max. Vce Max. Ie Max. Diss. hfe /
Gain Max. Freq. Noise
Figure Case Pin
1 2 3
MPS911 NPN 12V 40mA 625mW 16,5dB
500MHz 7GHz 1,7dB
500MHz TO-92 -


ทรานซิสเตอร์ Q1 ทำหน้าที่เป็นวงจรรับสัญญาณวิทยุและแยกสัญญาณ Digital Code ออกจากความถี่วิทยุ ส่งต่อให้ทรานซิสเตอร์เบอร์ BC337 ขยายสัญญาณให้แรงขึ้นอีก ซึ่งในวงจรตราเพชรจะไม่มีทรานซิสเตอร์ตัวนี้อยู่
สัญญาณจากขา C ทรานซิสเตอร์ C337 ผ่านคาปาซิเตอร์ 1uF เข้าขา 14 ไอซี ขยายสัญญาณอีกออกขา 15 เข้าขา 16 ออกขา 1 เข้าขา 3 แล้วทำการถอดรหัส Digital Code ให้เอาท์พุท 2.5-3.0 โวลท์ทั้ง 5 ฟังชั่นคือ
ขา 6 ขวา
ขา 7 ซ้าย
ขา 10 ถอยหลัง
ขา 11 เดินหน้า
ขา 12 เทอร์โบ

ภาพแสดงตำแหน่งต่างๆ ของอุปกรณ์
ทรานซิสเตอร์ Q8 Q10 ประกอบกันเป็นวงจรกำเนิดความถี่สูง เพื่อเปลี่ยนแรงดันกระแสตรงที่เลี้ยงวงจร ให้เป็นพัลซ์ความถี่สูง ไดโอด 1N4148 กับคาปาซิเตอร์ 22uF 16V.ทำหน้าที่กรองแรงดันความถี่สูงให้เป็นแรงดันกระแสตรงที่มีแรงดันสูงขึ้น เราจึงเรียกวงจรนี้ว่า "วงจรทวีแรงดัน"

ทำไมต้องมีวงจรทวีแรงดันด้วย ก็เพราะรถกระป๋องใช้ไฟเลี้ยงจากถ่าน 2 ก้อน แต่ไอซีภาครับต้องการไฟเลี้ยง 2.5-5.0โวลท์ ถ่านชาร์จ 2 ก้อนจะได้แรงดัน 2.4 โวลท์ แต่เมื่อจ่ายกระแสให้มอเตอร์รถกระป๋อง จะเกิดการกระชากกระแสสูง ทำให้แรงดันของถ่าน 2 ก้อน ตกลงเหลือแค่ 2 โวลท์เอง จึงไม่เพียงพอที่จะทำให้ไอซีภาครับทำงานได้ จึงจำเป็นต้องมีวงจรทวีแรงดันมาช่วย
แต่ถ้าเราใช้ไฟเลี้ยงวงจรจากแบตที่มากกว่า 2 ก้อน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วงจรทวีแรงดันอีก
http://homepages.paradise.net.nz/bhabbott/tyco.html
ลิ้งค์นี้ก็อธิบายได้ดี แต่ไม่ใช้วงจรของ T&T แต่ก็คล้ายกัน

ภาพตำแหน่งขาทรานซิสเตอร์ชุดที่เป็นวงจรขับมอเตอร์เลี้ยว และมอเตอร์ขับเคลื่อน


การวัดขาทรานซิสเตอร์ชนิด NPN โดยใช้มอเตอร์แบบเข็ม ปรับซีเล็กเตอร์ที่โอห์มมิเตอร์ X100 หรือ X1K ก็ได้
เมื่อตั้งเป็นโอห์มมิเตอร์แล้ว ภายในมิเตอร์จะมีแบตเตอรี่อยู่เป็นแหล่งจ่ายไฟเพื่อวัดค่าความต้านทาน โดยที่ขั้วลบสายสีดำของมิเตอร์ จะเป็นไฟบวกของแบตภายใน ขั้วบวกสายสีแดงของมอเตอร์จะเป็นไฟลบของแบตภายใน
ในภาพเป็นทรานซิสเตอร์ที่เป็นปกติไม่เสีย ไม่ช็อต หากวัดได้ไม่เป็นตามนี้ ก็คือช็อต หรือขาด

ภาพนี้เป็นการวัดทรานซิสเตอร์ชนิด PNP ก็จะกลับกัน วิธีก็เหมือนกัน
ไม่จำเป็นต้องถอดทรานซิสเตอร์ออกจากแผงมาวัด วัดทรานซิสเตอร์บนแผงวงจรเลยก็ได้
มาดูทฤษฎีการไหลของกระแสไฟฟ้ากันต่อในรูปเป็นวงจรส่วนขับมอเตอร์หลักของรถกระป๋อง เมื่อกดปุ่ม G ที่รีโมท ที่ไอซีภาครับก็จะมีแรงดันออกมาที่ขา 11 ทำให้ Q2 Q4 Q7 ทำงานกระแสไหลผ่านมอเตอร์หลัก ในการตรวจซ่อม เมื่อกด G แล้วมอเตอร์ไม่หมุน วัดแรงดันที่ขา 11 ไอซีภาครับมี 2.5-3โวลท์แล้ว สงสัยได้เลยว่า Q2 Q4 Q7 ตัวใดตัวหนึ่งเสีย
และเมื่อกดปุ่ม B ที่รีโมท ที่ไอซีภาครับก็จะมีแรงดันออกมาที่ขา 10 ทำให้ Q9 Q6 Q12 ทำงานกระแสไหลผ่านมอเตอร์หลัก อีกทางหนึ่งมอเตอร์จึงหมุนกลับทาง ในการตรวจซ่อม เมื่อกด B แล้วมอเตอร์ไม่หมุน วัดแรงดันที่ขา 10 ไอซีภาครับมี 2.5-3โวลท์แล้ว สงสัยได้เลยว่า Q2 Q4 Q7 ตัวใดตัวหนึ่งเสีย เช่นกัน
ส่วนวงจรขับชุดเลี้ยวก็ทำงานเหมือนกับชุดมอเตอร์หลักเลย แต่รูปวางตำแหน่งไม่เหมือนกันเท่านั้นเองครับ การทำงานเหมือนกันเลย
เมื่อกดปุ่ม R ที่รีโมท ที่ไอซีภาครับก็จะมีแรงดันออกมาที่ขา 6 ทำให้ Q14 Q15 Q11 ทำงานกระแสไหลผ่านขดลวดชุดเลี้ยว
ในการตรวจซ่อม เมื่อกด R แล้วชุดเลี้ยวไม่หมุน วัดแรงดันที่ขา 6 ไอซีภาครับมี 2.5-3โวลท์แล้ว สงสัยได้เลยว่า Q14 Q15 Q11 ตัวใดตัวหนึ่งเสีย

เมื่อกดปุ่ม L ที่รีโมท ที่ไอซีภาครับก็จะมีแรงดันออกมาที่ขา 7 ทำให้ Q3 Q5 Q13 ทำงานกระแสไหลผ่านขดลวดชุดเลี้ยว อีกทางหนึ่ง
ในการตรวจซ่อม เมื่อกด R แล้วชุดเลี้ยวไม่หมุน วัดแรงดันที่ขา 7 ไอซีภาครับมี 2.5-3โวลท์แล้ว สงสัยได้เลยว่า Q3 Q5 Q13 ตัวใดตัวหนึ่งเสีย

รูปวงจรการดัดแปลงให้วงจรภาครับ T&T ต่อไฟเลี้ยงวงจรจากแบต 6-7 ก้อน 7.2-8.4โวลท์ได้ เพื่อให้สามารถใช้เฟตขับมอเตอร์ออนได้เต็มที่
โดยมีการดัดแปลงดังนี้
- ถอดหรือตัดขา R4.3K ออกเพื่อให้วงจรทวีแรงดันหยุดทำงาน
- เปลี่ยน R จำกัดกระแสจาก 1K เป็น 220 โอห์ม เพื่อให้ซีเนอร์ไดโอดทำงานได้อย่างถูกต้อง
- เปลี่ยน R18 R19 R20 R21 จาก 10โอห์ม เป็น 220โอห์มถึง 1K แล้วแต่ว่ามีอะไหล่เก่าอยู่เท่าไร ที่ต้องเปลี่ยนเพราะว่าแรงดันที่ป้อนให้วงจรเพิ่มขึ้นจากเดิมแบต 2 ก้อนเป็นแบต 6-7 ก้อน คือ 7.2-8.4โวล์ท เมื่อแรงดันเพิ่ทขึ้นแต่ถ้าใช้ค่า R18 R19 R20 R21 10โอห์ม เท่าเดิม จะมีกระแสไหลผ่านทรานซิสเตอร์ภาคขับมอเตอร์ และชุดเลี้ยว สูงมากๆ หากเอานิ้วแตะดูขณะที่ทรายซิสเตอร์ทำงานจะรู้สึกร้อนมาก ทำให้ทรานซิสเตอร์เสียได้ง่าย จึงควรอย่างยิ่งที่ต้องเปลี่ยนค่า R18 R19 R20 R21 ให้สูงขึ้นเพื่อลดกระแสที่ไหลผ่านลงพอที่ทรานซิสเตอร์ทำงานได้อย่างปลอดภัย
- ใช้เฟต เบอร์ IRL3302 หรือ IRFZ44N ก็ได้ ตำแหน่งขาเหมือนกันคือ G D S ต่อตัวต้านทาน 10K-22K ก็ได้เพื่อขา G ของเฟตลงกราวน์เมื่อไม่มีการกดปุ่ม G เพื่อไม่ให้เฟตทำงานเอง เพราะเฟตไวต่อแรงดันอินพุทมาก และเพื่อเป็นโหลดให้วงจรขับด้วย เพราะเฟตต้องการอินพุทที่ขา G เป็นแรงดัน จึงมีกระแสไหลที่ขา G น้อยมาก
ขา G ต่อเข้าที่จุดต่อมอเตอร์ที่แผงวงจร
ขา D ต่อมอเตอร์ มอเตอร์ต่อเข้าขั้ว + แบตเตอรี่

ขา S ต่อลงขั้ว - แบตเตอรี่
คำถาม
การวัดขาic ใช้เข็มวัดขั้วบวก ลบอย่างไร แล้วตั้งค่าในมัลติมิเตอร์อย่างไรครับ แบบว่าผมไม่ค่อยมีเบสิคเท่าไหร่ ช่วยอธิบายแบบง่ายๆใช้งานจริงให้ด้วยครับ ขอบคุณมากเลยครับ

ตอบ
ตั้งซีเล็กเตอร์ของมิเตอร์ไว้ที่ VDC 10V. หรือ 12V.แล้วแต่มิเตอร์ที่มีอยู่
เสียบแบตเข้าวงจรภาครับ และรีโมท ที่ภาครับไม่ต้องต่อมอเตอร์ ไม่ต้องต่อมอเตอร์จิ๋วก็ได้ครับ เพราะจะได้ไม่เกิดอันตรายขณะวัด หากเราต้องการเพียงจะวัดว่าไอซีทำงานปกติหรือไม่
ถ้าไม่มีผู้ช่วยก็ใช้เท้ากดปุ่ม G ที่รีโมท สายวัดสีดำจับที่กราวน์ของวงจร ก็คือขั้วลบของแบตที่ต่อเข้าวงจรภาครับนั่นเอง สายสีแดงของมิเตอร์แตะไว้ที่ขา 11 ของไอซีภาครับจะมีแรงดัน VDC ที่วัดได้ขณะกดปุ่ม G 2.5-3.0 โวลท์
กดปุ่ม B ก็ย้ายสายวัดสีแดงไปแตะที่ขา 10
กดปุ่ม R ก็ย้ายสายวัดสีแดงไปแตะที่ขา 6
กดปุ่ม L ก็ย้ายสายวัดสีแดงไปแตะที่ขา 7
ถ้าขณะกดปุ่มแล้ววัดแรงดันได้ 2.5-3.0โวลท์ ก็แสดงว่าภาครับวิทยุปกติ ไอซีปกติ ต้องไปดูที่ชุดวงจรทรานซิสเตอร์ขับมอเตอร์แล้วละว่าตัวไหนต้องสงสัย

back
กลับสู่หน้าแรก

บทความนี้ได้รับการอนุเคราะห์จากคุณ Action Nan ให้บินไทยนำมาเผยแพร่ ่เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อสมาชิก โดยคัดลอกจาก http://www.weekendhobby.com/rc/Webboard/Question.asp?ID=2697 ทางบินไทยขอขอบพระคุณ คุณ Action Nan ที่ได้ส่งเสริมให้วงการ บ.กระป๋องของเราเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด

โดย คุณ Action Nan