____ สวัสดีสมาชิก RCF และชาวบินกระป๋องทุกท่าน ค่ะ ช่วงนี้วงการเครื่องบินกระป๋องได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็คงเป็นโชคดีของเด็กๆ ไทยเราที่จะได้มีโอกาสได้เล่นของเล่นที่เพิ่มพูนปัญญา และเป็นการปูพื้นฐาน ที่จะก้าวไปเป็นนักประดิษฐ์หรือ เป็นวิศวกรในอนาคต ด้วยความร่วมมือร่วมใจของหลายๆท่าน ได้ร่วมกันถ่ายทอดความรู้ ในด้านการสร้างชุดลำตัวและปีกเครื่องบิน การนำวงจรจากรถกระป๋องมาใช้สำหรับบังคับควบคุม การทำให้วงจรรถกระป๋องมีเร่งเบาได้ด้วยชุด Krapong Electronic Speed Control (KESC) โดยคุณ สมชาติแห่ง Eflying จนกระทั่งล่าสุด คุณหนุ่ม จาก Binthai.com มาเขียนวิธีทำวงจรรถกระป๋องให้สามารถ บังคับได้มากกว่า 2 แชนแนล ที่เรียกกันว่า กระป๋อง 2+2
___ ปกติการนำวงจรจากรถกระป๋องมาใช้มักจะบังคับได้ไม่ไกล ต้องมีการโม การจูน ผลลัพธ์ก็ไกลบ้างไม่ไกลบ้าง ระยะจึงเป็นข้อจำกัดในการสร้างเครื่องบินกระป๋องในยุคแรกๆ จนกระทั่ง กลางปี 45 ทีมงานบินไทยได้ทำการทดสอบรถกระป๋องเกือบทุกชนิด ทุกยี่ห้อในท้องตลาด จนค้นพบรถกระป๋องยี่ห้อ T&T ซึ่งมีลักษณะแปลกกว่าชนิดอื่น คือไม่มีเสา หลักจากที่ได้ทดสอบก็ใช่เลย ไกลมากๆ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเพียงแต่จัดระเบียบสายไฟ กับใช้ถ่านไฟฉายแบบธรรมดา หรือถ้าจะให้ดีก็ ใช้ถ่านชนิดอัลคาไลด์ กับเปลี่ยนเสาให้ยาวขึ้น ได้ให้ชื่อว่าชุดบังคับไร้สายรุ่นไกลสุดฟ้า ไปบินโชว์สมรรถนะที่งานแข่งที่เมืองทอง อาจารย์โจ้ แห่ง EZWING ยังตกใจทำไมไกลจัง ตอนเอาเครื่องลงมาผู้ชม เข้ามาดูกันหลายท่านไม่เชื่อว่าเป็นวงจรจากรถกระป๋อง นึกว่าทีมงานเราแอบเอาวิทยุจริงไปใส่ แรกๆมาลงเผยแพร่ กว่าจะเป็นที่ยอมรับก็ใช้เวลาพอสมควร จนกระทั่งปัจจุบันสมาชิกชาวกระป๋องบินก็หันมาใช้กันเป็นส่วนมากแล้ว

การใช้อุปกรณ์ FET และ OPTO ในวงจรไกลสุดฟ้า
ขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่สนับสนุนเรามาโดยตลอดค่ะ
_____________________________ ทีมงานบินไทย
_________________________________10 พ.ค. 47


_____
_________ด้วยเทคโนโลยี่ OPTO นอกจากจะทำให้ FET on เต็มที่โดยไม่ต้อง แก้ไขดัดแปลงแผงวงจรภาครับของชุดบังคับไกลสุดฟ้าแล้ว ตัว Phototransistor Optocouplers ยังเป็นตัว Block สัญญานกวนอันเกิดจากการหมุนมอเตอร์ ของมอเตอร์อีกด้วย ทำให้ภาครับของวงจร T&T ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย

_________ สำหรับ OPTO ที่เรานำมาใช้เป็นรุ่น 4 ขา 4-PIN PHOTOTRANSISTOR OPTOCOUPLER : FSC 1 CHANNEL TRANSISTOR OUTPUT VCEO=35V ,IC=50MA ,4-P วิธีการนำ OPTO มาใช้ก็คือ ใช้ขา 1 รับสัญญาณจากจุด G ซึ่งให้ไฟบวกจากการกดปุ่มเดินหน้า ขา 2 ต่อไฟลง Ground ส่วนขา 4 ต่อไฟ 7.2 โวลท์ จากถ่าน สุดท้ายขา 3 ต่อเข้าขา Gate ของ FET การทำงานของวงจรเป็นดังนี้ คือ เมื่อเรากดปุ่มเดินหน้า สัญญาณไฟบวก จะเข้าสู่ขา 1 ของ OPTO ไหลผ่าน Optical Diode ให้แสง แล้วลง Ground ที่ขา 2 แสงจาก Diode จะไปกระตุ้น ให้ Phototransistor ที่ต่อระหว่าง ขา 3 กับ ขา 4 ของ OPTO ทำงานกระแสจากขา 3 จึงไหลผ่าน ขา 4 ไปจ่ายไฟ ให้ขา Gate ของ FET ซึ่งจะทำให้ ON เต็มที่ มอเตอร์ ครบวงจร ทำงานเต็มตามประสิทธิภาพ

______ทีมงานบินไทย ขอขอบคุณ คุณ TD แห่ง http://www.thai.net/eflying/ ในการให้ Know How เกี่ยวกับ Optocouplers และให้การปรึกษามาโดยตลอด
ขอขอบคุณอาจารย์ Kob ที่ช่วยแก้ไขวงจรเปลี่ยน T&T เป็น Falcon ทำให้ง่ายขึ้น เบาขึ้นข้อสำคัญถูกลงด้วย
นอกจากนี้ขอขอบคุณ น้องๆ พี่หมอ และสมาชิกทุกท่านที่ช่วยทดสอบ ให้คำแนะนำ ติชม รายงานผลจน เราแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆได้สำเร็จ

______สำหรับสมาชิกที่ไม่สะดวกทำเอง สามารถติดต่อที่ http://www.Binthai.com มี 2 รุ่นให้เลือก คือ ชุดบังคับไกลสุดฟ้า รุ่น FET OPTO บังคับเลี้ยวแบบให้แพนหางดิ่ง กับชุดบังคับไกลสุดฟ้าบังคับเลี้ยวแบบฟอลคอน รุ่น Falcon FET หรือถ้ามีข้อซักถาม เข้าไปใน Webboard Binthai ถามมาตอบไป หรือ Email ไปที่ KAE531@hotmail.com
______สุดท้ายต้องขอขอบคุณนิตยสาร RCF ที่ให้ความโอกาสบินไทยดอทคอม ได้มาเผยแพร่ ผลงานการค้นคว้า วงจรกระป๋องให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อให้เด็กไทยเราได้มีของดีราคาถูกเล่น และเป็นตัวอย่างให้พวกเราได้ช่วยกันพัฒนาสิ่งอุปกรณ์อื่นๆต่อไป บนความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกทุกท่านค่ะ

Back
_____การนำวงจรรถกระป๋องมาใช้ จะต้องใส่รีเลย์เพื่อให้กระแสไฟเดินได้สะดวก ทำให้มอเตอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ก็เหมือนกับรถบังคับรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังบูมอยู่ตอนนี้ ก็จะติดรีเลย์มาให้เลย ไม่ต้องมาโมกันเองเหมือนในช่วงที่เข้ามาแรกๆ ขณะนี้แนวโน้มของการใช้ FET มาแทน Relay ในวงจรชุดบังคับเครื่องบินกระป๋องมีเพิ่มขึ้น เนื่องจาก เล็กกว่าเบากว่า จ่ายไฟได้ดีกว่ารวมทั้งรับกระแสไฟ ได้มากกว่าด้วย อีกทั้ง FET ที่ใช้ได้ มีราคาถูกลง และหาได้ง่ายขึ้น

_______ขอย้อนอดีตสักนิดนะคะ เริ่มตั้งแต่ อาจารย์ Kob ดัดแปลงวงจรกระป๋องเป็น 3 แชนแนลโดยใช้ IC 4017 ซึ่งเป็นวงจร Counter และใช้ FET Z40 มาขับมอเตอร์ บินไปบินมา เครื่องบินทะลุเพราะ FET ร้อนจัด โฟมละลาย เปลี่ยนมาเป็น IRL3302 ประสิทธิภาพดีขึ้น จนกระทั่งปัจจุบัน IRL SUV85n10 ซึ่ง ตาม SPEC แล้วรับไฟได้มาก อีกทั้ง R ON ต่ำ ได้ถูกนำมาใช้ ในวงจรไกลสุดฟ้า เบาและประสิทธิภาพสูง สามารถ ใช้กับ Motor 380 480 และ Motor Falcon 1 ชุด 4 ตัวได้เป็นอย่างดี

_______ปัญหาทั่วๆไปของวงจรกระป๋องที่ดัดแปลงมาจาก วงจรรถ T&T ต้องการใช้ FET มาขับมอเตอร์แทน Relay มักจะไกลบ้างสั้นบ้าง โดยเฉพาะสมาชิกที่ชอบดัดแปลงวงจร ด้วยการใช้ไฟ 7.2 โวลท์ จากถ่าน อนุกรมกัน 6 ก้อน จ่ายเข้าวงจรตรง ส่วนมากจะแก้ไขวงจร ด้วยการตัดวงจร ทวีแรงดันออก การเปลี่ยน รีซิสเตอร์ ตัวที่จำกัดกระแสไฟ เหล่านี้เป็นต้น ธรรมชาติของวงจร T&T ค่อนข้างจะ Sensitive มากๆ การดัดแปลง เพียงเล็กน้อย ถ้าการบัดกรีไม่ดี ไม่เรียบร้อยก็มักมีผลกระทบต่อความเสถียรภาพ ของวงจรกำเนิดความถี่ ผลที่ตามมา จะทำให้วงจรรวน ระยะรับส่งสั้นลง ทางแก้ไขที่ง่ายที่สุดคือการ Tap ถ่าน นำไฟ 3.6 โวลท์มาเลี้ยงวงจร ซึ่งปัญหาที่ตามมาของการ ใช้ FET แทนรีเลย์ คือ FET จะ on ไม่เต็มที่ เกิดความร้อนสะสม จนทำให้วงจรละลาย หรือเกิดอาการ Hang และเมื่อ FET on ไม่เต็มที่ การจ่ายไฟก็น้อยลงไปด้วย ทำให้ motor ไม่ได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ก็คือเครื่องไม่แรง
จากการค้นคว้า ทดลอง และทดสอบ เป็นเวลานาน ทีมงานบินไทยจึงได้ค้นพบวิธีการทำให้ FET ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ นั่นก็คือ การ on เต็มที่ แม้ในขณะที่ถ่านใกล้จะหมด โดยการนำ Phototransistor Optocouplers มาใช้ในการขับ FET
________Phototransistor Optocouplers เป็นอุปกรณ์ อิเล็คทรอนิคส์ ที่ใช้ Infrared Emitting Diode ซึ่งเมื่อได้รับสัญญาณ จะส่องแสงไปยัง Phototransistor ทำให้กระแสผ่านได้ เราเอากระแสนี้ไปขับ FET อีกทีหนึ่ง