เครื่องบินกระป๋อง รุ่น BEAMER
เครื่องบินแบบติดตั้งใบพัดผลักไปข้างหลัง
ลักษณะเฉพาะ
ปีกกว้าง 14.2 เซนติเมตร

ปีกยาว 38 นิ้ว

ลำตัว 58 เซนติเมตร

มอเตอร์ 180 Falcon

ใบพัด 4.2 นิ้ว

ถ่าน AAA x 6 ก้อน 7.2V

มอเตอร์จิ๋วบังคับเลี๊ยว

น้ำหนักพร้อมบิน 230 กรัม

คุณลักษณะ
1. แข็งแรงทนทาน เพราะขุดจากโฟมทั้งแท่งและได้รับการเสริมโครงสร้างด้วยวัสดุที่เหมาะสม

2. บังคับได้ง่ายเหมาะสำหรับผู้เริ่มหัดบิน

3. ในกรณีที่เครื่องบินเสียหาย สามารถซ่อมแซมได้ด้วยตนเอง

4. ใบพัดไม่หักเมื่อเครื่องตกหัวปักกระแทกพื้น เพราะใบพัดเป็นแบบผลักอยู่ด้านหลัง

5. เครื่องส่งและเครื่องรับได้รับการปรับแต่งให้ได้ระยะรับส่งไกลขึ้น

6. ราคาประหยัด

รายการอุปกรณ์ประกอบชุด
__ลำดับที่
____________รายการ
__..จำนวน
______1 ___ลำตัวเครื่องบิน*
______1
______2 ___ปีกเครื่องบิน
______1
______3 ___หางเสือ
______1
______4 ___แพนหาง
______1
______5 ___คันชัก
______1
______6 ___Relay
______1
______7 ___มอเตอร์ฟอลคอน
______1
______8 ___ใบพัดฟอลคอน ขนาด 4 x 2
______2
______9 ___เครื่องส่งพร้อมเสายาว 1 เมตรและกล่องถ่าน 4 ก้อน ______1
______10 ___เครื่องรับที่ปรับคลื่นแล้ว
______1
______11 ___ถ่าน ______1
______12 ___Adaptor
______1
เตรียมการบิน
1. นำแบตเตอรี่ใส่ไว้ในช่องส่วนหัวสุดของเครื่องบิน ให้ลึกที่สุด และต่อขั้วสายของแบตเตอรี่เข้ากับขั้วต่อสายไฟของวงจร

2. บรรจุแบตเตอรี๋ขนาด AA จำนวน 4 ก้อนลงในกล่องบรรจุแบตเตอรี่ของ remote control ในรุ่นไร้สายใช้ ถ่านอัลคาไลย์ 2 ก้อน

3. นำปีกติดตั้งเข้ากับลำตัวเครื่องบิน โดยใช้หนังยางรัดให้แน่น

4. ตรวจสอบ CG ของเครื่องบิน โดยใช้ปลายนิ้วชี้ทั้ง 2 ข้าง ยกใต้ปีก โดยให้ CG อยู่ห่างจากชายหน้าปีกประมาณ30 % ของปีก __โดยให้ทั้งส่วนหัวและส่วนหางของเครื่องบินเกิดความสมดุล

5. ลองกดปุ่มบังคับเลี้ยวซ้าย และขวาที่ตัว remote control

6. จับเครื่องบินไว้ให้มั่นคง แล้วลองกดปุ่ม G และ B เพื่อตรวจดูว่ามอเตอร์ทำงานหรือไม่

ทำการบิน

1. ถือเครื่องบินไว้ข้างลำตัวระดับเหนือศีรษะเล็กน้อย

2. หันเครื่องบินไปในทิศทางที่สวนทางกับทิศทางลม

3. กดปุ่ม Gเพื่อเร่งเครื่องมอเตอร์

4. ปล่อยเครื่องบินออกไปในแนวราบขนานกับพื้นดิน โดยที่ยังต้องกดปุ่ม G เพื่อเร่งเครื่องอยู่ตลอด

5. หลังจากเครื่องพุ่งออกไปแล้ว เครื่องบินจะค่อย ๆเกาะอากาศและลอยตัวสูงขึ้น ต้องคอยระวังไม่ให้ เครื่องบินเสียการทรงตัว โดยต้องพยายามบังคับให้เครื่องเหินขึ้นไปเรื่อย ๆ

6. เมื่อเครื่องบินไต่ระดับจนได้ความสูงพอประมาณ จึงเริ่มบังคับให้เครื่องบินเลี้ยวซ้าย หรือขวาตามความต้องการ

7. เมื่อต้องการให้เครื่องบิน ๆสูงขึ้น ก็สามารถทำได้โดยกดปุ่ม G แช่ไว้ เครื่องบินจะค่อย ๆไต่ระดับโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าต้องการลดระดับการบินก็เพียงแค่ไม่ต้องกดปุ่ม G มอเตอร์ก็จะหยุด และเครื่องจะค่อย ๆร่อนลดระดับลงมา

8. การเลี้ยวกด ปุ่ม R หรือ L สั้นๆ ดูอาการของเครื่องที่กำลังเลี้ยวอย่ากดแช่เพราะขณะเลี้ยวเครื่องจะเสียระดับ

9. ขณะที่บิน หากเครื่องมีอาการบินผงกหัว หรือเชิดหัวขึ้นแล้วตก แสดงว่าน้ำหนักค่อนข้างถ่วงไปด้านหลัง เรียกว่า อาการหัวเบา แก้ไขโดยขยับอุปกรณ์ที่อยู่ภายในคือแผงวงจรมาด้านหน้าเล็กน้อย หรือเลื่อนปีกมาข้างหลังเล็กน้อย แล้วทดลองบินใหม่อีกครั้ง เมื่อได้แล้ว __ก็ควรติดเทป 2 หน้า ยึดไว้ให้เรียบร้อย

10. กรณีหลังจากพุ่งไปแล้วเครื่องลดระดับลงจนตกสู่พื้น ให้นำเศษโฟม หรือ กระดาษมารองด้านหน้าปีกให้สูงขึ้น (เพิ่มมุมยกปีก) .แล้วทดลองบินใหม่อีกครั้ง

11.โดยปกติจะทำการบินได้ประมาณ 10-15 นาที ดังนั้นเมื่อทำการบินจนแบตเตอรี่อ่อนแล้ว ให้ทำการร่อนลง

12. การชาร์จแบตเตอรี่ จำนวนนาทีการชาร์จหาได้จากความจุถ่านเป็นมิลลิแอมป์หารด้วยจำนวนแอมป์ของ Adaptor ถ่านที่ใช้ของเราปกติคือ ___700 มิลลิแอมป์ Adaptor คือ 500 มิลลิแอมป์ ดังนั้นควรจะชาร์จแบตฯ ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที หรือ ทดสอบด้วยการจับดูถ่านอุ่นๆ ___เกือบจะร้อน อย่าเสียบทิ้งไว้ถ่านจะไหม้

การร่อนลง
1. ทำการลดระดับการบินโดยค่อย ๆบินวนลงมาจนถึงระดับความสูงประมาณ 10 เมตร __บังคับเครื่องบินให้สวนทิศทางลมเพื่อจะได้มีแรงยกที่ปีกขณะที่เครื่องร่อนลง เครื่องจะร่อนลงจนถึงพื้นในที่สุด

2. ควรร่อนลงบนพื้นหญ้า

ข้อควรระวัง
1. ก่อนทำการบินทุกครั้ง ต้องตรวจความเรียบร้อยทั้งหมดของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นลำตัว ปีก ชุดหาง คันชัก ปีก ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่

2. จัดระเบียบสายไฟในเครื่องอย่าให้ไปทับหรือไปพันกับสายอากาศจะทำให้ระยะวิทยุสั้นลง

3. ตรวจสอบระบบควบคุมทั้งหมดว่าทำงานได้ถูกต้องหรือไม่

4. การบินขึ้น และร่อนลงต้องบินสวนทิศทางลมเสมอ

5. ห้ามบินในสภาวะที่มีลมแรง โดยสังเกตจากเนคไทที่ท่านสวมอยู่ หากลมแรงจนเนคไทปลิวขนานกับพื้น ไม่ควรบินในเวลานั้น และไม่ควรบินในสภาวะฝนฟ้าคะนอง

6. ไม่ควรบินไกลเกินไป เพราะจะทำให้หลุดการควบคุม แต่ถึงแม้จะหลุดการควบคุม มอเตอร์เครื่องบินก็จะหยุดหมุน ควรบังคับแพนหางให้เครื่องบินค่อยๆร่อนลงในทิศทางที่ต้องการ

การหาจุดถ่วงสมดุล (C.G.)
การหาตำแหน่งศูนย์ถ่วงของเครื่องบิน หรือ C.G. เป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรกในการที่จะทำให้สามารถบินอยู่อย่างเสถียรภาพบนอากาศได้ การหาจุด C.G. ของเครื่องบินสามารถทำได้หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงแบตเตอรี่อย่างแน่นหนาในเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว วิธีการ คือ ให้นำเครื่องบินวางบนพื้นราบ หันหัวเครื่องบินเข้าหาตัวเรา จากนั้นใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้าง แตะชี้ขึ้นตรงแนวจุดสูงสุดของความโค้งปีก ประมาณ 2.5 นิ้ว จากชายปีกหน้า แล้วออกแรงยกเครื่องบินทั้งลำขึ้นจากพื้นในแนวตั้งตรง หากจุด C.G. อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เครื่องบินจะต้องทรงตัวอยู่ได้ในแนวระดับหรือก้มลงเล็กน้อย ประมาณ 5-10 องศา ไม่ปักหัวลงมามาก (หัวหนัก) หรือเงยหัวขึ้น (หางหนัก) ถ้าเครื่องบินทรงตัวไม่ได้ระดับ ให้ขยับตำแหน่งการวางแบตเตอรี่ใหม่โดยเลื่อนไปข้างหน้า หรือถอยมาข้างหลังทีละเล็กน้อย จนได้ระดับที่ถูกต้อง แล้วทำเครื่องหมายการวางแบตฯที่เหมาะสมไว้

ข้อแนะนำ
ก่อนทดลองบินจริง ควรทดลองพุ่ง หาทุ่งหญ้าที่มีพื้นที่กว้างพอที่เครื่องบินจะร่อนลงได้ เพื่อเครื่องจะได้ไม่เสียหายในกรณีที่เกิดการผิดพลาดในเรื่องจุด C.G. ในการพุ่งให้จับเครื่องบินที่ใต้ลำตัวใกล้แนว C.G. ถือเครื่องบินให้สูงระดับสายตา แล้วพุ่งเครื่องบินสวนทิศทางลมไป ตรงๆ ด้วยกำลังที่ใกล้เคียงกับกำลังฉุดในขณะที่มอเตอร์ทำงาน อย่าพุ่งขึ้นฟ้าด้วยมุมสูง เนื่องจากเครื่องจะ STALL แล้วตกลงมากระแทรกพื้นอย่างแรง หากจุด C.G. เหมาะสม เครื่องบินจะร่อนได้ระยะทางประมาณ 4-6 เมตร จึงลดระดับลงถึงพื้นหญ้า กรณีเกิดความเสียหายซ่อมด้วย กาว UHU POR สีเขียวและ OPP Tape

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะสนุกสนานเพลิดเพลินในการบินในไฟล์ทแรกนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการทดลองบิน และขอขอบคุณที่ท่านให้ความไว้วางใจในเครื่องบินกระป๋อง BEAMER ของเรา

back
กลับสู่หน้าแรก