บทที่ 2 ฮ.ไฟฟ้า 6 แชนแนล เบอร์ 36 ยกพิทเซอร์โวเดี่ยว
(Walkera No.36 /6 Ch. )
สำหรับ ฮ.36 รุ่นนี้ ถ้าใครผ่านด่าน 4 แชนแนลมาได้แล้วล่ะ ก็ ขอบอกเลย ถ้าเซ็ทอัพเรียบร้อยแล้วสบายมากเลยครับ บินได้นิ่ง แล้วรุนแรง เสถียรมาก ๆ ครับ ได้ความรู้สึกในการเล่นที่ดี รุ่นนี้ขับ เทลโรเตอร์(tail roter) ใบพัดหลัง ขับด้วยสายพานจึงนุ่มนวลมาก และใช้เซอร์โวไจโร (ตัวควบคุมหาง) สามารถปรับตัวเองให้เกิดแรงลม สัมพันธ์ กับรอบใบหลักด้วยครับ สามารถปรับ เป็น ระบบล็อค ตัว ฮ. ให้อยู่ ใน สภาพล็อคหางให้อยู่แบบเดิมได้ตลอด คือ เมื่อ หักรัดเดอร์ ไปทางใดก็แล้วแต่ เมื่อปล่อย สติ๊ก หางจะดีดกลับมาตำแหน่งเดิมเองอัตโนมัติก็คือ heading lock นั่นเองครับ ฝึกฮ็อฟจะเหมาะมาก เพราะถ้าหางเป๋ไปด้านอื่น ก็ให้คลายคันโยกด้านซ้ายให้แนวควบคุมรัดเดอร์(ไม่ใช่แนวคุมคันเร่งนะ) กลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม ฮ.จะหมุนกลับมาที่ตำแหน่งที่เราบินขึ้น ไม่ได้หมายถึงลงจอดนะ หมายถึง บินลอยตัวหัวหันอย่างไรตอนแรกหมุนเล่นทางใดพอปล่อยไม่เลี้ยงสติ๊กก็จะกลับมาตำแหน่งเดิม สังเกตุนะเวลาจะเล่นระบบนี้ จะเล่นตรงไหนก็เลือกให้เหมาะๆไปเลยเพราะเราจะบินกันตรงนั้นจริงๆ มันจะทำตัวเหมือนเข็มทิศตั้งแต่วางและเสียบปลั๊กจนสื่อกันได้ก็จะอยู่ทิศทางนั้นตลอดทันที มีไว้ให้มือใหม่ ฝึก ฮ็อฟ น่ะครับ เมื่อ ชำนาญแล้ว ก็ปรับโหมด กลับมาเป็น โหมดทั่วไปได้ หรือ Normal แต่ที่ โจโร (กล่องสีเงินที่ตั้งอยู่บนหางมีไฟสีแดง ๆ น่ะแหละ) จะเขียนว่า Nor ย่อๆ ไว้ครับ
ส่วนการปรับ อื่น ๆ ก็จะมีปรับความไวหาง หรือ เซนเซอร์ /เซนซิทีฟ Sensitive ง่าย ๆ ก็คือ ความไวต่อการสั่นสะเทือน หรือ การตอบสนอง ของหางให้ ไวพอที่จะกันหางไม่ให้หางหมุน ติ้ว ๆ ได้นั่นเอง วิธีปรับจุดนี้ก็คือ ต้องเปิด วิทยุลดคันเร่งให้สุด ทุกอย่าง ปุ่มทริม ให้อยู่ตำแหน่งกลางไว้ก่อน โดยเฉพาะ ทริมรัดเดอร์ ปุ่มดำด้านซ้ายมือ ตัวล่าง ใต้สวิทซ์ คันเร่ง……………. จากนั้นเสียบปลั๊กตัว ฮ. วางบนพื้นเรียบๆ แล้วเสียบ รอสัก 5 วินาที ให้ไจโรจำค่าที่ดีที่สุดครับ ถ้ามอเตอร์เดิม ก็รอให้ ใบพัดหาง ขยับ เข้าที่ของมันเองเสียก่อน คือรอให้ระบบการสื่อสารของภาคส่งและภาครับ สื่อกันได้เต็มที่และเรียบร้อยก่อนนั่นเอง และก่อนเสียบปลั๊กควรวาง ฮ.ไว้ในที่พื้นราบเรียบ ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้ไจโร(Gyro)จำค่าที่ถูกต้องไม่ใช่ไปจำเวลาที่ขยับไปมาอาจได้มาแบบไม่แน่นอน หรือ ไม่รับค่าเลยก็ได้แต่ท่านอาจจะไม่รู้สำหรับมือใหม่ บินขึ้นไปทีนี้ล่ะ งงสิครับ ฮ.เราเป็นอะไรหว่า ?(ฮา…ๆๆ) ถ้าเป็น สปีดบลัสเลส ก็จะมี สัญญาณดัง หลายจังหวะหน่อย เมื่อ เสียบจะดัง ปี๊บ ๆ แล้วรอสักพัก จะดัง ต๊อด ๆ ถึงเริ่มปรับได้
ตั้ง ฮ.อย่างไร ก็วางไว้แบบนั้นก่อนสำหรับ ผู้หัดตั้งใหม่ ๆ ใช้คีมปากแบนเล็กจิ๋ว ปรับ ในช่อง(SENSITIVE) เซนซิทีฟ ให้แบ่ง วงกลมเป็น 360 องศา และแบ่งเป็น 8 ส่วนเท่าๆ กัน กะเอาครับ จากนั้นเริ่มจากทวนเข็มนาฬิกาก่อน หมุนกลับมาทีละคลิกแล้วขยับ หางซ้ายขวาดู เซอร์โวหางจะต้องขยับ ในระยะพอสมควร ที่จะสั่งการให้ใบพัดหลัง บิดตัวเป็นมุมต่าง ๆ เพื่อกำหนดแรงลมแต่ละรอบได้ จับ ฮ.ขึ้นมาส่าย หางไปมาจะได้ยินเสียง เซอร์โวหางทำงาน ส่ายไปมาเองได้ อย่างสม่ำเสมอ นี่คือการทำงานของไจโร ครับ เมื่อบินไปในอากาศก็จะทำงานลักษณะนี้เช่นกัน ลองคิดดูครับ เมื่อ ยังไม่เร่งเครื่อง แต่เซอร์โวคุมหางไม่ขยับ แล้วบินไปจะขยับได้อย่างไร
จริงหรือไม่? ปกติ สมัยก่อนเราเล่น เครื่องบินประเภท ปีกหมุนแบบนี้ ก็จะมีไว้สวย ๆ เท่านั้นแต่บิน ก็หมุนติ้วเลย คิดไว้เลยว่า ผู้ผลิตได้คำนวณ ย่อส่วนจาก ฮ.ที่ทำการได้ดีแล้ว มาอย่างละเอียด แต่พระเอกของ ฮ.ประเภทนี้ ก็คือ ไจโร ดังนั้นใครมีทุนหน่อย ก็ไปหาไจโรดี ๆ มาใช้ก็ไม่เสียหาย จะได้ไม่ต้องคอยมากันหางให้เสียเวลา เล่นง่ายอีกหน่อย แต่ว่า อย่าลืมนะ เราอยากเล่น ฮ.ไฟฟ้า ก็ต้อง คอนโทรลมันบ้าง ไม่ใช่จะยืน กดปุ่มให้มันบินสบาย ๆ แบบนั้นอย่าเล่นเลย ผมเคยเจอลูกค้า ซื้อ ฮ. เดิมๆ ไจโรเดิม ๆ จะให้ปรับแบบวางวิทยุบินเลยน่ะครับ กลุ้มใจเลย ที่เล่นก็ แค่ 1 ตร.ม. กลัวใจเลยผม บินได้ก็ดีแล้วว่ามั๊ย?ครับ.
เครื่องบิน หรือ อากาศยานแบ่งเป็น 2 ประเภทนะครับ ไว้เป็นความรู้เวลาอยากเล่นแบบอื่นดูบ้าง แบ่งดังนี้ครับ 1. ฟิกซ์วิง (Fixed wing.) หรือ เป็นอากาศยานปีกติดลำตัว หรืออีกอย่างเราเรียกกันว่าเครื่องบินปีกนั่นเอง
2.โรตารี่วิง (Rotary wing.) หรือ อากาศยานปีกหมุน ก็คือ เฮลิคอปเตอร์นั่นเอง ที่เรารู้จักกันดีครับ
****2 ข้อนี้ฝากไว้เป็นความรู้ครับ
ยังไม่จบนะครับ สำหรับการ ปรับไจโรและหาง ฮ.36 หรือ 6 แชนแนลรุ่นใด ๆ ก็ตามแบบเดียวกันครับต้องสำรวจ การใส่ใบพัดหางด้วยว่าใส่ถูกหรือไม่ ให้จดจำหรือ ถ่ายรูป ฮ.ของคุณตอนแกะกล่องไว้ยิ่งดีครับ จะได้มีไว้อ้างอิง ของเดิม ว่าเป็นลักษณะใด ขาจับเซอร์โวหางถ้าจะให้แม่นยำก็ควร เปลี่ยนเป็น เม้าท์จับหางแบบ อลูมิเนียมเสียเลยดีกว่า(ตัวจับเซอร์โวหาง) จะแข็งแรง แน่นอนกว่ามาก ราคา แค่ 290 บาทผมเห็นในหนังสือครับ และก็มาตราฐานดีมาก เราสามารถคลาย สกรู แล้วเลื่อนตำแหน่ง เข้าออกได้เพื่อแก้มุมปีกใบพัดหลังเพื่อ แก้แรงบิดของหาง ฮ. ตามลักษณะที่เกิด สามารถปรึกษาได้โดยตรงนะครับ ที่เว็บไซต์ของผมนั่นแหละเมลมา
เพราะบางทีการเขียนไว้เพียงแค่เป็นแนวทางอ้างอิงครับ แต่บางทีก็ต้องสอบถามบ้างแต่หวังให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเท่านั้น อีกปัจจัยคือ เซอร์โวหางจะทำงานหนักมาก จึงเสียไว ดังนั้นควรเลือกยี่ห้อที่ดี ๆ หน่อยมาใส่ อย่างผมใส่ของ อีสกาย ราคา 200.-บาทเองครับ ทำงานนุ่มนวล เปลี่ยนได้ทั้งลำครับยี่ห้อนี้
เหตุเพราะว่าไจโรจะหาตำแหน่งที่เหมาะสมตลอดเวลาในทุก วินาทีในบางรุ่นหาเป็นร้อยจุดก็มีซึ่งมือคนเราทำไม่ได้แน่นอน ดังนั้น ตัวหางต้องพิเศษหน่อย
**********เรื่องของแบตเตอรี่
เดิม ๆ มา 650 มิลลิแอมป์ คงไม่พอให้เล่นครับ ดังนั้นต้องไปสรรหาแบตโพลิเมอร์มาเล่นให้ได้จะดีกว่าอย่างเสียเวลาพยายามนำมันบินทั้งแบตเดิมเลยครับไม่คุ้มกับการที่มันเซไปมาอาการแบตอ่อนน่ะ แล้วใบพัดฟาดเสียดาย 290.-บาทแนะ เอาใหม่สัก 2300 มิลฯ กำลังสวยครับ 3 เซล ราคาก็ พันเศษ ๆ
ใช้กับมอเตอร์เดิม ๆ ได้ครับ แต่ทำนายไว้ล่วงหน้าได้เลย รีซีฟเดิม ๆจะมีปัญหาสปีดในตัวล้าหรือไหม้ประจำดังนั้นคุณต้องซื้อ มอเตอร์ไร้แปรงถ่านหรือ บลัสเลส กับ สปีดคอนโทรลมาใช้ถึงจะได้เรื่อง ไม่ได้บังคับนะครับ ซื้อจากที่ไหนก็ได้ที่คุณคิดว่าราคาเป็นธรรมกับคุณ ส่วนผมเอง แนะนำเฉย ๆ ว่าต้องใช้แบบนี้ แบบนั้นพอครับ ถ้าเราเลือก มอเตอร์ที่กินกระแสมาก แบตก็อาจบวมหรือไปไวเกินกำหนด และแบตเตอรี่แบบนี้นี้บอบบางมากอย่าให้ตก ชาร์จผิด สลับขั้ว (เอามันนอนห่มผ้าด้วยเลยไป)หรือ ทำอะไรที่เสี่ยงต่อการช็อตเด็ดขาดครับ ไม่อธิบายเพิ่มเติมนะครับ เอาเป็นว่า สูตรนี้
มอเตอร์ 3200 เควี kv (แล้วจะอธิบายครับว่า เควี คืออะไร) กับสปีดสัก 40 แอมป์ ไม่สักล่ะ เอา 40 แอมป์นี่ล่ะเหมาะสุดแล้ว ส่วนยี่ห้อ ก็เลือกเอาเลย ถ้าจะเอาแบบทนต่อความร้อน ก็ควรเป็นแบบ เอ้าท์รันเนอร์
(Out runner) หรือแบบหมุนตัวเองครับ
KV หมายถึง RPM หรือ รอบต่อนาทีนั่นเอง เช่น 3200 kv ก็คือ 3200 รอบต่อนาทีต่อไฟ 1 โวลต์แบตโพลิเมอร์ 11.1 โวลต์ ก็เอา 3200 คูณ กับ 11.1 จะได้จำนวนรอบสูงสุดต่อนาทีครับ ที่เหลือก็หักลบโหลดใบหลักน้ำหนัก ฮ. โหลดมุมเปิดของใบพัด เท่านั้นครับ คงเข้าใจแล้วนะครับจะได้เอาไปใช้ตัดสินใจซื้อต่อไปได้
การบาลานซ์ เซลนั้นคือการทำให้แบตฯแต่ละก้อนมีกำลังไฟเหลือเท่า ๆ กัน ส่วนมากมีเครื่องบาลานซ์เซล ขายอยู่แล้ว อีสกายสีส้มราคา 400บาท แต่ก็ ความคิดผมไม่ค่อยเท่าไหร่นะ ส่วนใหญ่ ไม่เห็นว่าจะรอดจากการแบตบวมและพังก่อนตรงไหน แล้วแต่นะครับ แต่ว่าให้ใช้วิจารณญาณ ความคิดของท่านเอง ว่าต้องการเครื่องมือ มาใช้บำรุงอุปกรณ์ของท่านมากน้อยและ งบประมาณเพียงใดครับ ถ้าไม่มีให้ใช้โหลดไฟ รถจักรยาน มอเตอร์ไซต์ มาทำการบาลานซ์ เองก็ได้ครับ การเก็บแบตและการบำรุงรักษา ในกรณีแบตใหม่ก่อนนะครับ ถ้าซื้อมาไม่ได้ใช้แล้วต้องการเก็บให้ชาร์จไฟให้เต็ม ก่อนเสมอ โดยให้มีแรงดัน 4.2 โวลต์ ต่อ เซลครับ ตัวอย่าง แบตฯ 3 เซล 11.1 โวลต์ เมื่อชาร์จเต็มแล้วจะมีแรงดัน ประมาณ 12.6 โวลต์ จะเก็บไว้ได้นานประมาณ 3-6 เดือน กรณีใช้งานแล้วไม่เกิน 70 ครั้ง รวมถึงไม่เคยใช้งานจนเกิดความร้อนเกิน 45 องศาเซลเซียส ไม่ลัดวงจร หรือ ตกกระแทก ให้ทำการ balance cell ก่อนทำการชาร์จไฟ ถ้ามีเครื่องชาร์จแบบแยกเซลอยู่แล้ว ก็จัดการไปเลยครับ ผมจะพูดถึงกรณีไม่มีครับ ให้ต่อไฟท้ายที่ผมบอกนั่นแหละ เข้าทีล่ะเซล (ก่อนทำให้วัดค่าแรงดันเสียก่อน ) ว่าแรงดันต่ำสุด ของทั้ง 3 ก่อนเป็นเท่าใด สมมุติ ต่ำสุด วัดได้ 3.6 แล้วกัน ก็ให้ ต่อหลอดไฟเพื่อคลายประจุจนเหลือ 3.6 ทุกก้อน เสร็จแล้วทำการชาร์จ ให้เต็ม เป็นอันเสร็จพิธี การบาลานซ์ฯ
บทที่ 3 เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆและคู่มือ วิทยุ ฟูตาบา เอฟเอฟ-6
*********Relaxing พักสักนิด ถึงที่ผมเขียนมาอาจไม่ดีไม่ละเอียด ด้อยความรู้ไปสักนิดแต่คิดว่าทำให้บินได้บ้างล่ะนา นะครับ ถ้าไม่เข้าใจหรือ เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังให้ส่งอีเมลหาผมได้ ตลอดครับ และถ้าไม่สามารถอธิบายได้จะไปโพสไว้ในบอร์ด ในเว็บผมเองครับว่าทำอะไรอย่างไร เว็บรักแท้แฟนคนเรือ คลิกที่นี่ได้เลยครับ สนับสนุนงานอดิเรกทุกด้านเต็มที่เพื่อชีวิตหายเบื่อหายเซ็ง จะไปศึกษาและนำมา แถลงให้ทราบถึงอาการโดยละเอียดอีกทีครับ ส่วนนี้คือลิ้งสำหรับโหลดคู่มือวิทยุ FF6 Futaba ครับ คู่มือ เอฟเอฟ-6 ฟูตาบา
****ในเรื่องการคำนวณเฟืองมอเตอร์ สรุปไว้ง่าย ๆ พอเข้าใจดีกว่านะครับ และอย่าเพิ่งสงสัยว่าทำไมมาลงเอยด้วย เท่านั้นฟัน เท่านี้ฟัน ไว้ผมจะอธิบายโอกาสต่อไป แล้วกัน ตรงนี้ ขอเว้นไว้ก่อน แต่ไปศึกษาได้จากเว็บของคุณ”แก๊ป” ครับ www.helimod.com ศาสตร์นี้มันละเอียด เพราะผมทำคู่มือนี้ไว้สำหรับเบื้องต้นและ ขั้นกลางเท่านั้น ยังไม่เหมาะที่คุณจะมาปวดหัวกันครับ…….
***ในส่วนของ คู่มือ วิทยุตระกูล FUTABA ก็จะมีโหมดคล้าย ๆ กันเพียงแต่เพิ่ม option ต่าง ๆ เพิ่มมาเท่านั้นเอง เปรียบเหมือน โทรศัพท์ โนเกีย หรือ โมโตโรล่า ซึ่งมี เมนูที่คุ้นตา น่ะแหละครับ ผมมีให้โหลดกัน ครับ ของ FF6 ครับ ไปโหลดได้ที่ เว็บผมอีกเช่น ในกระทู้จะเห็นเลย กลางเว็บ ไปดูครับ มีประโยชน์แน่
บทที่ 4 ไม่ได้หมายความว่าที่ขยายมานี้ลำเอียงกล่าวถึงแต่ วอลเคร่านะ
****เพราะความจริงแล้ว ผมเขียนมานี้ ก็นำไปใช้กับ รุ่นอื่น ๆ ได้ในเรื่องการบินและอุปกรณ์ครับ แม้ความรู้จะไม่อาจไปเทียบได้กับมือ โปรระดับครูฝึกหลายท่านที่ผมรู้จักไม่ได้ก็ตาม แต่ด้วยความอยากตะโกนออกมาให้ เข้าใจแปลไทย เป็นไทยน่ะ ไม่ลัดขั้นตอน ไม่อมภูมิ ไม่สาธยายเกินเหตุ อยากให้ นักบินใหม่ ลดแรงกดดันตนเองน่ะครับ ผิดถูกขออภัย สำหรับ ฮ.ในรุ่น 60 ค่าย เดิม ซึ่งเกิดมา เพื่อ ผสมใหม่ กลายเป็นลูกครึ่งทุกลำไป
แต่สำหรับบางลำที่ไม่ได้กลายพันธุ์ ก็ดูนี่เลย ส่วนอื่นมันเหมือนกัน ผิดที่รูปลักษณ์ และระบบ ครับ มาดูเรื่อง วิทยุเดิม ๆ ของ เบอร์ 60 …………..
ตรงนี้ยกผลประโยชน์ให้สมาชิกท่านหนึ่งไม่เอ่ยนามดีกว่า ครับ ไว้เขาอนุญาตก่อนจะเอามาเล่าให้ฟังแล้วกัน ครับ วิทยุเดิม ๆ ปกติ แล้วทางร้าน หรือ ช่าง เซ็ทอัพมาให้ ก็จะใช้กันไปงั้น ให้มันโยกตามคำสั่งเป็นพอใช่มั๊ย? ผิดครับ ที่จริงมันทำได้หลายอย่าง ไปดูกัน-
เกี่ยว กับ DIP สวิทต์ ด้านหลังรีโมท กับ ปุ่ม V1/V2 หรือ ปุ่มหมุน ด้าน ซ้าย และขวาเท่านั้นเองครับ มันทำหน้าที่ในการควบคุม ดังนี้ลองทำดู DIP10 คือการปรับค่า องศามุมปีกของ ใบหลัก วี 1 หรือ ปุ่มหมุนด้านซ้าย ทำหน้าที่ ปรับความเร็วของ เซอร์โวในการยกพิทให้ใบเปิดรับลม (+ คือ ช้า )/(- คือ เร็ว ) วิธีทดสอบให้ถอดสายมอเตอร์ออก แล้ว เสียบปลั๊ก ฮ. (ต้องเปิดรีโมทก่อนนะ) ลองโยกคันเร่งขึ้นลงในความเร็วเท่าๆ กัน แล้วหมุน ปุ่ม ดู จะเห็นได้ครับ มีประโยชน์ตอนเราลดคันเร่ง ฮ.จะไม่ลงเร็วเกินไป จะค่อย ๆ ลงมานิ่มนวล แต่ถ้า ลบมาก ๆ ฮ.จะรอรอบ แล้ว เมื่อเร่ง จะเด้งขึ้นมาเมื่อรอบได้ตกใจ จน ฮ.แทบตกล่ะทีนี้
ส่วน วี 2 ก็ปรับ องศาใบหลัก ปกติครับ แต่ตำแหน่งของ เบอร์ 10 ของสวิทต์ ด้านหลังต้องมาที่ตำแหน่ง unlock ก่อนครับจึงจะทำงานได้ และหน้าปัทม์ รีโมทจะเปลี่ยนเป็นสี น้ำเงิน เห็นได้ชัดเลย
Dip11 คือการปรับความเร็ว สวอสเพลท ให้เร็วช้า
ปุ่มวี 2 (ปุ่มหมุนด้านขวามือ) ถ้าหมุน + จะนุ่มนวล ถ้า หมุน + จะกระด้าง และกระชาก ครับ (การทดลองก็แบบเดิม ครับ แต่ ลอง โยกสติ๊ก ขวามือ ไปมา แล้วหมุนปุ่มเรื่อย ๆ จะเห็นเองครับ
Dip 12 อันนี้น่าสนใจ ปรับพิทใบหลัง ในปุ่มด้าน ซ้ายมือ หรือ ปรับ ใบพัดหลัง (Tail rotor) ถ้าหมุน + จะกันหาง ฮ.ให้หมุน ทวนเข็มนาฬิกา ถ้า หมุน – จะส่งผลให้ หาง หมุนตามเข็มครับ ส่วน V2 (ปุ่มหมุนด้านขวา) ไม่เห็นมีอะไรให้เล่นครับ (ขอพื้นที่นิดนึงตรงนี้ สวิทต์ที่ถูกพื้นฐาน ของ ฮ.4 คือ 2-5-6-7-8 อยู่ด้านขวา)
(ฮ.36 ก็ อยู่ด้านซ้ายหมด ) (ฮ.60 ก็ 2-5--8-9และ 10 ถ้าต้องการปรับองศาใบหลัก) ส่งท้ายเบอร์ 36 อีกนิดครับ เซอร์โวสองตัวหน้าหัว ฮ. ใส่ช่อง 1 และ 2 ตามลำดับ ช่อง 3 ใส่ต่อกับ สปีดคอนโทรล 4 ไจโร 6 ยกพิท ตามนี้ครับ ช่อง 5 ว่างไว้
*********ของฝากจากผู้เขียน ต่อไป ผมจะจัดทำเป็นลักษณะ อัพเดท จาก ข้อมูลรอบตัวลักษณะนี้ จะทำอัพเดทเรื่อยๆ ล่าสุดอัพเดทเมื่อ 5 ต.ค.49 เวลา 20.30 น. ท่านใดต้องการเพิ่มเติมให้สอดซองเปล่าติดแสตมป์มาได้ที่ฝากถึงคุณ พงศพัฒน์ เทศะศิลป์ 117/30 ม.2 ซ.สายไหม 4 ถ.สายไหม แขวง/เขตสายไหม กทม.10220 ฟรีครับต้องการแค่ไหนก็เอาซองใส่มาตามนั้น
สุดท้ายนี้ ขอให้สนุกกับ…………เออ (การบิน) ไม่เอาดีกว่า คนอื่นพูดแบบนี้ทุกคน
ปล. สุดท้ายนี้ขอให้สนุก กับการบริหาร งานหลัก และงานอดิเรก ครอบครัว ได้ลงตัวครับ โชคดีทุกท่าน
LT.PONGSAPHAT TESASIN
“เว็บมาสเตอร์รักแท้แฟนคนเรือ และอากาศยานไทย”
http://members.thai.net/seamanfanclub/ ภาค 1
http://www.geocities.com/titanicneverdie ภาค 2